Thai Herbal Standard
泰草本标准有限公司
BLOG·OEM·2026年9月19日

สัญญาว่าจ้างผลิต OEM สมุนไพรไทย ควรมีเงื่อนไขอะไรบ้าง สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ควรตรวจก่อนเซ็น

作者 Thai Herbal Standard

สัญญาว่าจ้างผลิต OEM สมุนไพรไทย ควรมีเงื่อนไขอะไรบ้าง สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ควรตรวจก่อนเซ็น

เมื่อเจ้าของแบรนด์ตัดสินใจเดินหน้ากับโรงงาน OEM สักแห่งแล้ว ขั้นตอนที่ตามมาคือการเซ็นสัญญาว่าจ้างผลิต หลายคนอ่านสัญญาแบบผ่านๆ แล้วเซ็นตามที่โรงงานเตรียมไว้ให้ ทั้งที่สัญญาฉบับนี้คือสิ่งที่จะใช้อ้างอิงตลอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ บทความนี้พาไปดูหัวข้อสำคัญที่สัญญาว่าจ้างผลิตที่ดีควรมี

1. สัญญาว่าจ้างผลิตต่างจาก NDA อย่างไร

สัญญารักษาความลับ (ดูบทความก่อนหน้าเรื่องปกป้องสูตรและข้อมูลลับ) เป็นเอกสารที่เซ็นก่อนเริ่มคุยรายละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูตรหรือแผนธุรกิจหลุดออกไป ส่วนสัญญาว่าจ้างผลิตเป็นเอกสารคนละฉบับที่เซ็นเมื่อตกลง จะผลิตจริงแล้ว ครอบคลุมเงื่อนไขการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการผลิต ทั้งสองฉบับควรมีอยู่คู่กัน ไม่ใช่เลือก ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

2. ขอบเขตงานและเกณฑ์การยอมรับคุณภาพสินค้า

สัญญาควรระบุให้ชัดว่าโรงงานรับผิดชอบขั้นตอนไหนบ้าง เช่น การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การบรรจุ หรือครอบคลุมถึงการออกแบบฉลากด้วยหรือไม่ รวมถึงเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าสินค้าล็อตนั้นผ่านมาตรฐานหรือไม่ (ดูบทความก่อนหน้าเรื่องการตรวจสอบคุณภาพสินค้าสำเร็จรูป) เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีเกณฑ์เดียวกันในการตัดสินใจ ไม่ใช่ต่างคนต่างเข้าใจไปคนละทาง

3. ความเป็นเจ้าของสูตรและทรัพย์สินทางปัญญาที่พัฒนาร่วมกัน

กรณีที่แบรนด์และโรงงานพัฒนาสูตรร่วมกัน (ดูบทความก่อนหน้าเรื่องพัฒนาสูตรสินค้ากับโรงงาน OEM) สัญญา ควรระบุชัดว่าสูตรที่ได้เป็นของฝ่ายใด หรือใช้ร่วมกันได้ในเงื่อนไขแบบไหน รวมถึงโรงงานสามารถนำสูตรที่ ใกล้เคียงไปผลิตให้แบรนด์อื่นได้หรือไม่ ข้อนี้มักถูกมองข้ามเพราะคุยกันด้วยความไว้ใจ แต่ควรเขียนไว้เป็น ลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น

4. กรอบเวลาผลิตและการส่งมอบ

สัญญาควรระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่วันเริ่มผลิตจนถึงวันส่งมอบ รวมถึงเงื่อนไขหากส่งมอบ ล่าช้ากว่าที่ตกลงไว้ ตัวเลขกรอบเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้าและจำนวนที่ผลิต ควรคุยรายละเอียด ตรงนี้กับทีมงานโดยตรงก่อนเซ็นสัญญาแต่ละครั้ง

5. ความรับผิดชอบเมื่อสินค้ามีปัญหาหลังส่งมอบ

สัญญาที่ดีควรระบุไว้ล่วงหน้าว่าหากพบปัญหาคุณภาพหลังรับสินค้าไปแล้ว แต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบอย่างไร เช่น การผลิตซ่อมหรือผลิตทดแทนล็อตที่มีปัญหา และมีกรอบเวลาที่ต้องแจ้งปัญหาภายในกี่วันหลังรับสินค้า เพื่อไม่ให้ เกิดข้อพิพาทภายหลังว่าใครควรรับผิดชอบส่วนไหน

6. เงื่อนไขการยกเลิกหรือไม่ต่อสัญญา

นอกจากเงื่อนไขตอนเริ่มงาน สัญญาควรระบุด้วยว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยกเลิกความร่วมมือได้ในกรณีใดบ้าง ต้องแจ้ง ล่วงหน้ากี่วัน และเมื่อยกเลิกแล้วสูตรหรือแม่พิมพ์บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันจะเป็นอย่างไรต่อ ข้อนี้สำคัญไม่แพ้ เงื่อนไขตอนเริ่มงาน เพราะเป็นตัวกำหนดว่าแบรนด์จะย้ายไปผลิตกับที่อื่นได้ง่ายหรือยากแค่ไหนหากจำเป็น

7. คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญาว่าจ้างผลิต

  • สัญญาระบุขอบเขตงานของโรงงานครบทุกขั้นตอนที่ตกลงกันไว้หรือไม่
  • เกณฑ์การยอมรับคุณภาพสินค้าเขียนไว้ชัดเจน ไม่ใช่แค่คำว่า "ตามมาตรฐานโรงงาน" ลอยๆ
  • ความเป็นเจ้าของสูตรที่พัฒนาร่วมกันระบุไว้หรือไม่
  • เงื่อนไขเมื่อสินค้ามีปัญหาหลังส่งมอบ และเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาเขียนไว้ครบหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ต้องให้ทนายความตรวจสัญญาก่อนเซ็นหรือไม่
แนะนำให้มีคนที่เข้าใจด้านกฎหมายช่วยตรวจสัญญาก่อนเซ็นเสมอ โดยเฉพาะแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มทำสัญญากับโรงงานเป็น ครั้งแรก เพื่อให้เข้าใจเงื่อนไขทุกข้อตรงกันทั้งสองฝ่าย

สัญญาว่าจ้างผลิตกับสัญญารักษาความลับ (NDA) ต้องทำทั้งสองฉบับไหม
ควรมีทั้งสองฉบับแยกกัน เพราะครอบคลุมคนละเรื่อง NDA ป้องกันข้อมูลรั่วไหลตั้งแต่ขั้นตอนพูดคุย ส่วนสัญญา ว่าจ้างผลิตครอบคลุมเงื่อนไขการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการผลิตจริง

ทีมงานช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง
ติดต่อทีมงานเพื่อคุยรายละเอียดเงื่อนไขสัญญาที่เหมาะกับแผนการผลิตของแบรนด์คุณได้โดยตรง

ติดต่อทีมงาน

โทร 085-742-6940 หรือ 080-196-6586 · อีเมล thaiherbalstandard@gmail.com หรือ thaiherbal.ths@gmail.com · Facebook และ LINE ของ Thai Herbal Standard