ถ่ายรูปสินค้าสมุนไพรอย่างไรให้ลูกค้าเห็นของจริง เตรียมรูปชุดแรกก่อนขายออนไลน์
โดย Thai Herbal Standard

สินค้าสมุนไพรที่ผลิตเสร็จและแพ็กสวยแล้ว ยังต้องผ่านด่านสำคัญอีกด่านหนึ่งก่อนถึงมือลูกค้า คือรูปถ่ายสินค้า เพราะในช่องทางออนไลน์ ลูกค้ายังหยิบสินค้าขึ้นมาดูเองไม่ได้ รูปจึงทำหน้าที่แทนมือและตาของลูกค้าทั้งหมด บทความนี้ชวนเจ้าของแบรนด์สมุนไพรที่เพิ่งได้สินค้าล็อตแรกมาวางแผนถ่ายรูปสินค้าอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องมีสตูดิโอ และไม่เสี่ยงให้รูปสื่อเกินกว่าสิ่งที่ฉลากอนุญาต
1. ตั้งโจทย์ก่อนหยิบกล้อง
ก่อนถ่าย ให้ตอบให้ได้ว่ารูปชุดนี้จะไปอยู่ที่ไหน เพราะแต่ละช่องทางต้องการสัดส่วนและรูปแบบต่างกัน รูปสำหรับหน้าสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสมักเป็นภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปสำหรับโพสต์โซเชียลอาจเป็นแนวตั้ง ส่วนรูปบนเว็บไซต์แบรนด์มักเป็นแนวนอน การถ่ายทิ้งระยะเผื่อไว้ให้ครอบตัดได้หลายสัดส่วน จะประหยัดเวลากว่าถ่ายใหม่ทุกครั้ง
2. รูปชุดพื้นฐานที่ควรมีทุกสินค้า
- รูปหลักบนพื้นเรียบ เห็นตัวสินค้าทั้งชิ้นชัดเจน ฉากหลังสะอาด ใช้เป็นรูปแรกในหน้าสินค้า
- รูปด้านหน้าและด้านหลังบรรจุภัณฑ์ ให้อ่านฉลากได้ครบ ลูกค้าจำนวนมากพลิกดูด้านหลังก่อนตัดสินใจ
- รูปใกล้ฉลาก ถ่ายให้ตัวอักษรคมและอ่านออก ตรงกับฉลากที่ได้รับอนุญาตจริง
- รูปขนาดเทียบ วางข้างวัตถุที่คนคุ้นเคย เช่น มือถือหรือปากกา เพื่อให้เห็นขนาดจริง
- รูปบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ส่ง กล่องและวัสดุกันกระแทก ให้ลูกค้าคาดการณ์สภาพตอนรับของได้
3. แสงธรรมชาติใกล้หน้าต่างก็เพียงพอ
ไม่จำเป็นต้องมีไฟสตูดิโอ ให้วางสินค้าบนโต๊ะใกล้หน้าต่างที่ได้แสงนุ่ม ไม่โดนแดดตรง และใช้กระดาษหรือผ้าสีขาวด้านตรงข้ามหน้าต่างสะท้อนแสงกลับ เพื่อลดเงาเข้ม ถ้าบรรจุภัณฑ์เป็นแก้วหรือพลาสติกเงา ให้ลองเปลี่ยนมุมเล็กน้อยเพื่อเลี่ยงแสงสะท้อนที่บังตัวอักษรบนฉลาก ถ่ายหลายมุมแล้วเลือกมุมที่อ่านฉลากได้ชัดที่สุด
4. พร็อพประกอบ ใช้เท่าที่จำเป็นและไม่สื่อเกินจริง
ใบไม้ ดอกไม้แห้ง หรือเชือกป่านวางประกอบทำให้ภาพมีบรรยากาศ แต่ควรระวังเรื่องที่พร็อพสื่อกับลูกค้า ถ้าวางสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้ข้างสินค้า ลูกค้าอาจเข้าใจว่าสินค้ามีส่วนประกอบของสมุนไพรนั้น ทั้งที่ไม่มีในสูตร ให้เลือกพร็อพที่ตรงกับส่วนประกอบที่ระบุบนฉลากจริง หรือใช้พร็อพกลางๆ ที่ไม่ชี้เฉพาะชนิด และไม่วางรูปหรือข้อความที่ชวนให้เข้าใจว่าสินค้าเกี่ยวข้องกับโรคหรืออาการใด
5. รูปต้องตรงกับสินค้าจริงและฉลากจริง
รูปแต่งสีหรือปรับแสงมากเกินไปทำให้สีสินค้าในรูปต่างจากของจริง ลูกค้าที่รับของแล้วรู้สึกว่าไม่เหมือนรูปมักนำไปสู่ข้อร้องเรียนและรีวิวเชิงลบ ควรปรับเท่าที่จำเป็น เช่น ความสว่างและความคมชัด และถ่ายฉลากจากบรรจุภัณฑ์ฉบับที่ผ่านการอนุญาตแล้วเท่านั้น อย่านำภาพจำลองหรือต้นแบบที่ฉลากยังไม่เป็นฉบับสุดท้ายไปใช้ขายจริง ข้อความหรือสัญลักษณ์ที่ใส่เพิ่มบนรูปก็นับเป็นการโฆษณา ต้องสอดคล้องกับที่ฉลากและเอกสารที่ได้รับอนุญาตระบุไว้
6. จัดระเบียบไฟล์ก่อนใช้งาน
ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย เช่น ชื่อสินค้า เลขล็อต และประเภทรูป เก็บต้นฉบับไว้แยกจากไฟล์ที่ปรับแล้ว และจดว่ารูปชุดไหนใช้กับฉลากฉบับใด เมื่อฉลากหรือบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนในล็อตถัดไป จะได้รู้ทันทีว่ารูปชุดไหนต้องถ่ายใหม่ ไม่มีรูปเก่าที่ฉลากไม่ตรงค้างอยู่ในหน้าสินค้า
7. ถ่ายอะไรอีกเมื่อมีเวลา
เมื่อรูปชุดพื้นฐานครบแล้ว ลองเพิ่มภาพขั้นตอนการแพ็กสินค้า ภาพทีมงานกำลังตรวจสินค้าก่อนส่ง หรือภาพการแกะกล่อง ซึ่งเล่าความใส่ใจของแบรนด์ได้โดยไม่ต้องอ้างสรรพคุณใดๆ ภาพเหล่านี้ใช้ได้ทั้งในโซเชียลและหน้าเว็บ และยังเป็นข้อมูลที่ลูกค้าใช้ประเมินความน่าเชื่อถือของแบรนด์ควบคู่กับรีวิว
คำถามที่พบบ่อย
Q: ต้องจ้างช่างภาพมืออาชีพหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นสำหรับล็อตแรก กล้องมือถือกับแสงจากหน้าต่างก็ทำรูปชุดพื้นฐานได้ หากต้องการรูปแคมเปญหรือรูปสำหรับพิมพ์ขนาดใหญ่ ค่อยพิจารณาจ้างภายหลัง
Q: ใช้รูปสต็อกแทนรูปสินค้าจริงได้หรือไม่?
A: รูปสต็อกใช้เป็นรูปบรรยากาศได้ แต่ไม่ควรใช้แทนรูปตัวสินค้า เพราะลูกค้าต้องเห็นสินค้าและฉลากจริงที่จะได้รับ
Q: ควรใส่ข้อความบนรูปหรือไม่?
A: ใส่ได้เท่าที่จำเป็น เช่น ชื่อสินค้าหรือขนาดบรรจุ และต้องตรงกับฉลากที่ได้รับอนุญาต หากไม่แน่ใจว่าข้อความไหนใช้ได้ ให้ปรึกษาโรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนเผยแพร่
ติดต่อทีมงาน
โทร 085-742-6940 หรือ 080-196-6586 · อีเมล thaiherbalstandard@gmail.com หรือ thaiherbal.ths@gmail.com · Facebook และ LINE ของ Thai Herbal Standard



