ขยายตลาดสมุนไพรไทยไปต่างประเทศ เจ้าของแบรนด์ควรรู้อะไรก่อนเริ่มส่งออก
โดย Thai Herbal Standard

หลังจากแบรนด์สมุนไพรไทยเริ่มตั้งตัวได้ในตลาดในประเทศ หลายเจ้าของแบรนด์เริ่มมองหาโอกาสต่อไป คือการขยายไปขายในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในภาพรวมทำได้ดีอยู่แล้ว แต่การส่งสินค้าข้ามพรมแดนมีเงื่อนไขที่ต่างจากการขายในประเทศพอสมควร บทความนี้พาไปดูสิ่งที่ เจ้าของแบรนด์ควรรู้ก่อนเริ่มคิดเรื่องส่งออกจริงจัง
1. ทำไมตลาดต่างประเทศถึงเป็นโอกาสที่น่าจับตาตอนนี้
ในช่วงปี 2560-2565 ประเทศไทยส่งออกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมมูลค่ากว่า 12,211 ล้านบาท (ที่มา: หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการ พัฒนาระดับพื้นที่ อ้างอิงข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย) สะท้อนว่าสินค้ากลุ่มนี้มีที่ทางในตลาด โลกอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อน
ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรม ไม่ได้แปลว่าแบรนด์ไหนก็ส่งออกได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัว แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดต่างประเทศให้พื้นที่กับสินค้าสมุนไพรไทยจริง หากเตรียมความพร้อมด้าน เอกสารและมาตรฐานให้ตรงกับที่แต่ละประเทศต้องการ
2. ตลาดต่างประเทศต่างจากตลาดในประเทศตรงไหนบ้าง
สิ่งที่เจ้าของแบรนด์มักเข้าใจผิดคือคิดว่าสินค้าที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. และขายในไทยได้แล้ว จะส่งออกไปขายที่ประเทศอื่นได้ทันที ในความเป็นจริงแต่ละประเทศมีหน่วยงานกำกับดูแลและเกณฑ์ ของตัวเอง ทั้งเรื่องส่วนผสมที่อนุญาตให้ใช้ได้ ปริมาณที่กำหนด รูปแบบฉลากและภาษาที่ต้องใช้ รวมถึงเอกสารรับรองที่ต้องยื่นก่อนสินค้าจะเข้าประเทศปลายทางได้
พูดง่ายๆ คือใบอนุญาตและมาตรฐานที่ใช้ได้ในไทยเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ใช่ใบผ่านทางสำหรับ ทุกตลาด ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของประเทศปลายทางแยกเป็นรายกรณีเสมอ
3. สิ่งที่ควรเตรียมตั้งแต่ต้นทาง ก่อนคุยเรื่องส่งออกจริงจัง
- สูตรและส่วนผสมที่มีเอกสารระบุชัดเจน ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกรายการ
- ข้อมูลเบื้องต้นว่าประเทศเป้าหมายจัดสินค้าประเภทนี้อยู่ในหมวดใด (อาหารเสริม สมุนไพร หรือหมวดอื่น) เพราะแต่ละหมวดมีเอกสารที่ต้องใช้ต่างกัน
- ฉลากและคำอธิบายสินค้าที่แปลถูกต้องตามภาษาและข้อกำหนดของประเทศปลายทาง ไม่ใช่แปลตรงตัว จากฉลากภาษาไทย
- แผนเรื่องเอกสารรับรองต่างๆ ที่หน่วยงานปลายทางหรือผู้นำเข้าอาจร้องขอ ซึ่งควรสอบถามล่วงหน้า ไม่ใช่เตรียมทีหลังเมื่อสินค้าพร้อมส่งแล้ว
4. โรงงานที่มีระบบเอกสารและมาตรฐานการผลิตต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้
ขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดในการเตรียมส่งออกมักไม่ใช่ตัวสูตรสินค้า แต่เป็นเอกสารประกอบ ที่ต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งกระบวนการผลิต การทำงานกับโรงงานที่มีระบบบันทึกข้อมูลการผลิต และผ่านมาตรฐาน อย. และ GMP อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ขั้นตอนรวบรวมเอกสารเหล่านี้ทำได้ง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับการเริ่มค้นหาข้อมูลย้อนหลังหลังจากมีออเดอร์ต่างประเทศเข้ามาแล้ว
5. ข้อควรระวังเรื่องข้อความโฆษณา เมื่อขายข้ามประเทศ
กฎเรื่องข้อความโฆษณาสินค้าสุขภาพไม่ได้เหมือนกันทุกประเทศ ข้อความที่ใช้ได้ในตลาดหนึ่ง อาจผิดกฎในอีกตลาดหนึ่ง โดยเฉพาะข้อความที่สื่อว่าสินค้ารักษาโรคหรือทดแทนการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องระวังไม่ว่าจะขายในตลาดไหนก็ตาม เมื่อแปลคำโฆษณาข้ามภาษา ควรตรวจสอบ ซ้ำว่าคำแปลไม่ได้ทำให้ข้อความเดิมฟังดูเกินจริงไปกว่าที่ตั้งใจสื่อสาร
คำถามที่พบบ่อย
ต้องมีสูตรที่ผ่านการอนุมัติจากประเทศปลายทางก่อน ถึงจะเริ่มคุยเรื่องส่งออกได้หรือไม่
ไม่จำเป็นต้องมีครบตั้งแต่วันแรก หลายแบรนด์เริ่มจากการกำหนดตลาดเป้าหมายก่อน แล้วตรวจสอบ
ข้อกำหนดของประเทศนั้นควบคู่ไปกับการเตรียมเอกสารและสูตรสินค้า
สินค้าที่ขายในไทยได้แล้ว จะส่งออกไปขายต่างประเทศได้เลยหรือไม่
ไม่แน่นอน แต่ละประเทศมีเกณฑ์เรื่องส่วนผสมที่อนุญาตและรูปแบบฉลากของตัวเอง ต้องตรวจสอบ
แยกเป็นรายประเทศเสมอก่อนตัดสินใจส่งออกจริง
ควรเริ่มต้นจากตลาดไหนก่อนดี
ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและความซับซ้อนของข้อกำหนดแต่ละประเทศ ควรศึกษาข้อมูลหรือ
ปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์ด้านเอกสารส่งออกก่อนเลือกตลาดแรก
ติดต่อทีมงาน
โทร 085-742-6940 หรือ 080-196-6586 · อีเมล thaiherbalstandard@gmail.com หรือ thaiherbal.ths@gmail.com · Facebook และ LINE ของ Thai Herbal Standard

