ตรวจรับสินค้าล็อตแรกจากโรงงาน OEM เจ้าของแบรนด์สมุนไพรควรเช็คอะไรบ้าง
By Thai Herbal Standard

วันที่โรงงาน OEM ส่งสินค้าล็อตแรกมาถึง เป็นช่วงที่เจ้าของแบรนด์ตื่นเต้นที่สุด แต่ก็เป็นช่วงที่ควรใจเย็นที่สุดเช่นกัน เพราะสิ่งที่ตรวจพบในวันรับของ ยังแก้ไขและคุยกับโรงงานได้ง่ายกว่าหลังจากสินค้าออกไปถึงมือลูกค้าแล้ว บทความนี้ชวนวางขั้นตอนตรวจรับสินค้าล็อตแรกให้เป็นระบบ ว่าควรเช็คอะไร เก็บหลักฐานอย่างไร และพบความผิดปกติแล้วควรทำอย่างไร
1. เตรียมเกณฑ์ตรวจก่อนของมาถึง
อย่ารอให้ของมาแล้วค่อยคิดว่าจะดูอะไร ควรทบทวนเอกสารที่ตกลงกับโรงงานไว้ เช่น ข้อกำหนดสินค้า (specification) ตัวอย่างฉลากที่อนุมัติแล้ว และตัวอย่างสินค้าที่เคยอนุมัติก่อนผลิตจริง แล้วทำเป็นรายการตรวจสั้นๆ หนึ่งหน้า คนรับของจะได้ตรวจตามรายการเดียวกันทุกล็อต ไม่ขึ้นกับความจำของใครคนใดคนหนึ่ง
2. ตรวจภายนอกก่อนเปิดกล่อง
- จำนวนและสภาพกล่อง: นับจำนวนลังให้ตรงกับเอกสารส่งมอบ ดูรอยบุบ รอยเปียก หรือรอยฉีกขาด ถ่ายรูปก่อนเปิดเสมอ
- ป้ายหน้าลัง: ชื่อสินค้า เลขล็อต และจำนวนต่อลัง ควรตรงกับเอกสารและอ่านชัดเจน
- ซีลหรือเทปปิดลัง: ไม่ควรมีร่องรอยการเปิดมาก่อน
- สภาพการขนส่ง: หากสินค้าต้องเลี่ยงความร้อนหรือความชื้น ให้สังเกตว่ากล่องมีร่องรอยของความชื้นหรือไม่
3. เปิดกล่องสุ่มตรวจตัวสินค้า
ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกลัง แต่ควรสุ่มจากหลายตำแหน่ง เช่น ลังบน ลังล่าง และลังที่อยู่ริมพาเลท แล้วตรวจให้ครบตามหัวข้อต่อไปนี้
- ฉลากตรงกับตัวอย่างที่อนุมัติหรือไม่ ทั้งข้อความ ตัวสะกด และตำแหน่งที่พิมพ์เลขล็อตและวันหมดอายุ
- บรรจุภัณฑ์สมบูรณ์ ฝาปิดสนิท ซีลไม่รั่วหรือฉีก พิมพ์ชัด ไม่เลอะ
- ลักษณะสินค้า สี กลิ่น และเนื้อสัมผัส ใกล้เคียงกับตัวอย่างที่อนุมัติ ความแตกต่างเล็กน้อยตามธรรมชาติของสมุนไพรเป็นเรื่องที่เกิดได้ แต่ควรจดไว้และถามโรงงาน
- ปริมาณบรรจุตรงกับที่ระบุบนฉลาก ลองสุ่มชั่งหรือนับหลายชิ้น
- เลขล็อตและวันที่ผลิตบนตัวสินค้า ตรงกับบนลังและในเอกสาร
4. เทียบเอกสารที่มากับล็อต
ควรขอให้โรงงานส่งเอกสารมาพร้อมสินค้าหรือก่อนหน้านั้น และเทียบกับของจริงทีละรายการ
- เอกสารส่งมอบสินค้า ที่ระบุชื่อสินค้า จำนวน และเลขล็อต
- เอกสารตรวจสอบคุณภาพ (COA) ของล็อตนั้น ว่าเลขล็อตตรงกับสินค้าที่ได้รับ
- หากตกลงกันไว้ว่าจะมีบันทึกการผลิตหรือเอกสารอื่น ให้ขอดูตามที่ตกลง
5. เก็บตัวอย่างและหลักฐานของล็อตแรก
สินค้าล็อตแรกเป็นต้นแบบอ้างอิงของล็อตต่อๆ ไป ควรแยกตัวอย่างไว้ส่วนหนึ่ง เก็บรูปถ่ายสินค้า ฉลาก และกล่องตอนมาถึง พร้อมจดวันที่ ผู้ตรวจ และผลที่พบ เมื่อสั่งผลิตครั้งต่อไป จะเอามาเทียบได้ว่าสินค้ายังเหมือนเดิมหรือไม่ และถ้าวันหนึ่งมีข้อสงสัยเรื่องล็อตใด จะมีหลักฐานย้อนกลับไปดูได้
6. พบความผิดปกติแล้วทำอย่างไร
- แยกของที่สงสัยออกก่อน ติดป้ายว่ารอการตัดสินใจ ยังไม่นำไปขายหรือแจกจ่าย
- แจ้งโรงงานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมรูปถ่าย เลขล็อต และรายละเอียดสิ่งที่พบ จะช่วยให้ติดตามได้ชัดเจนกว่าการพูดทางโทรศัพท์อย่างเดียว
- ขอให้โรงงานชี้แจงสาเหตุและแนวทางแก้ไข ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในสัญญา
- ตัดสินใจร่วมกัน ว่าจะตรวจซ้ำ ปรับแก้ หรือผลิตทดแทน ก่อนที่สินค้าส่วนนั้นจะถูกนำไปใช้
7. สัญญาณที่ควรถามต่อ
- เลขล็อตบนลัง บนสินค้า และบนเอกสารไม่ตรงกัน
- ฉลากต่างจากตัวอย่างที่อนุมัติโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
- เอกสารตรวจสอบคุณภาพไม่มาพร้อมล็อต หรือไม่ระบุเลขล็อตที่ตรงกัน
- สินค้าในลังเดียวกันมีลักษณะต่างกันชัดเจน
- โรงงานตอบเรื่องความผิดปกติด้วยการปัดว่าเป็นเรื่องปกติ โดยไม่อธิบายเหตุผล
คำถามที่พบบ่อย
Q: ต้องตรวจทุกชิ้นหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น การสุ่มตรวจจากหลายตำแหน่งตามเกณฑ์ที่ตกลงไว้ล่วงหน้าเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ที่สำคัญคือตรวจด้วยเกณฑ์เดียวกันทุกล็อตและจดผลไว้
Q: ควรตกลงเรื่องการตรวจรับกับโรงงานตั้งแต่เมื่อไร?
A: ควรคุยตั้งแต่ช่วงทำสัญญา เช่น วิธีแจ้งความผิดปกติ และระยะเวลาที่แบรนด์ตรวจรับได้ จะได้ไม่มีข้อโต้แย้งภายหลัง
Q: สินค้าสมุนไพรมีสีหรือกลิ่นต่างกันเล็กน้อยระหว่างล็อต ถือว่าผิดปกติไหม?
A: วัตถุดิบจากธรรมชาติอาจมีความแตกต่างเล็กน้อยได้ แต่ควรอยู่ในเกณฑ์ที่ตกลงกับโรงงานไว้ในข้อกำหนดสินค้า หากต่างจากตัวอย่างอนุมัติมากให้สอบถามโรงงานและจดไว้
ติดต่อทีมงาน
โทร 085-742-6940 หรือ 080-196-6586 · อีเมล thaiherbalstandard@gmail.com หรือ thaiherbal.ths@gmail.com · Facebook และ LINE ของ Thai Herbal Standard



